นัดที่รับแล้ว จะตอบกลับด้วย Email เพื่อให้ท่านทราบว่า ช่วงเวลาที่ Busy เป็นงานของท่านครับ
คำทำนายของเด็กชายปลาบู่ - ตอนที่ 2 พระศรีอริยเมตไตรย และพระโพธิสัตว์
ภาพ: วิกิพีเดีย พระศรีอริยเมตไตรย
เนื่องจากเรื่องราวของปลาบู่ ไปเกี่ยวข้องกับพระศรีอาริยเมตไตรย และพระโพธิสัตว์ด้วย เลยต้องขอปูพื้นเกี่ยวกับทั้งสองเรื่องนี้ก่อนสักตอนหนึ่งด้วยครับ ก่อนจะสรุปไปที่ตัวของเด็กชายปลาบู่และคำทำนายในตอนสุดท้าย
พระโพธิสัตว์และพระพุทธเจ้า
ตามคติพุทธฝ่ายเถรวาท พระพุทธเจ้ามีด้วยกันหลายองค์นะครับ นั่นคือโลกมีศาสนาพุทธอุบัติขึ้นเป็นระยะๆ โดยแต่ละระยะจะมีพระพุทธเจ้ามาตรัส จากนั้นศาสนาพุทธก็จะดำรงอยู่ และเสื่อมลงจนโลกขาดสูญพุทธศาสนาระยะหนึ่ง (เช่นช่วงก่อนพระพุทธเจ้าสมณโคดมจะตรัสรู้) แล้วก็มีพระพุทธเจ้าองค์ถัดมา
ในกัปป์ที่เราอยู่นี้ เป็นช่วงที่เรียกว่า ภัทรกัปป์ มีพระพุทธเจ้าด้วยกัน 5 พระองค์ครับ เราอยู่ในสมัยของพระพุทธเจ้าสมณโคดม ซึ่งเป็นอันดับที่ 4 ของกัปป์ อายุของพระศาสนาของสมณโคดมจะยืนยาว 5,000 ปี จากนั้นก็จะเป็นช่วงไร้พระพุทธศาสนา แล้วก็จะมีพระพุทธเจ้าชื่อ ศรีอริยเมตไตรยมาตรัสต่อไปจนสิ้นกัปป์ แล้วก็เริ่มกัปป์ใหม่
ศาสนาพุทธจึงมีอยู่เรื่อยๆ มีพระพุทธเจ้าหลายองค์เรื่อยไปครับ แต่ละองค์ก็จะมีช่วงของพระศาสนาต่างกันไป และมีช่วงที่ว่างเว้นจากพระศาสนาต่างกันไปด้วย สำหรับพุทธศาสนิกชนแล้ว ช่วงที่ว่างเว้นจากพระพุทธศาสนานี้จะมืดมนมาก เพราะสัตว์จะหมดหนทางพ้นจากวัฎฎะสงสารไปได้
ใครอฐิษฐานว่าจะไปทำความเพียรในชาติต่อไป หรือจะรอยุคพระศรีอาริย์ล่ะก็ต้องทำใจนะครับ เกิดไปอุบัติในสมัยที่ว่างจากพระศาสนา หรือแม้แต่ได้อบัติในยุคที่มีพระศาสนา แต่ไม่ได้เป็นมนุษย์ ก็ยากจะทำนิพพานให้แจ้งครับ การอุบัติเป็นมนุษย์ในพระศาสนานี้แล้วก็ต้องถือเป็นโอกาสอันดีที่ไม่ควรพลาด
พระพุทธเจ้าแต่ละองค์ ก่อนจะอุบัติเป็นพระพุทธเจ้าจะต้องพากเพียรสะสมบารมีมานานครับ ระหว่างที่สะสมบารมีนั้นก็จะเรียกกันว่า พระโพธิสัตว์
การเป็นพระโพธิสัตว์นั้นไม่ยากครับ ผู้ที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา อฐิษฐาน (แสดงความตั้งใจ) พุทธภูมิ คือขอสะสมบารมีโดยไม่มุ่งสู่นิพพานโดยตรง แต่จะช่วยชี้ทางสู่การทำนิพพานให้แจ้งแก่สัตว์ทั้งหลายก่อน ก็เป็นพระโพธิสัตว์ครับ
พระโพธิสัตว์จึงมีฤทธิ์มีบารมีสะสมไปตามระยะเวลาที่ผ่านไป แต่ด้วยความที่มีฤทธิ์ จะทำอะไรก็ไม่ธรรมดา ถ้าเป็นกุศลกรรมก็จะเป็นกุศลกรรมใหญ่ ถ้าเป็นอกุศลกรรมก็ใหญ่ขั้นตกนรกกันยาวเหมือนกัน จึงปรากฎพระโพธิสัตว์ในภูมิต่างๆ เป็นสัตว์เดรัจฉานก็มีครับ
พระโพธิ์สัตว์บางองค์เจอเข้าแบบนี้ก็อาจถอนพุทธภูมิไปเสียกลางทางก็มี ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่า พระโพธิสัตว์นั้นมีมากมายเหมือนจำนวนดาวบนท้องฟ้า
พระโพธิสัตว์เหล่านี้ท่านเรียกว่าเป็น อนิยตโพธิสัตว์
เมื่อมีบารมีถึงจุดหนึ่ง ก็จะได้พบพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ แล้วได้พุทธพยากรณ์ว่า จะได้เป็นพระพุทธเจ้าในกาลข้างหน้า เช่นพระพุทธเจ้าสมณโคดม ครั้งที่เป็นสุเมธดาบส ก็ได้พุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าทีปังกร
พอได้พุทธพยากรณ์ก็ไม่ได้หมายความว่าชาติถัดไปจะเป็นพระพุทธเจ้านะครับ เช่นพระสมณโคดมก็จะทำความเพียรต่อไปอีก 4 อสงไขย กับอีกแสนกัปป์ จึงมาเป็นพระสมณโคดมแห่งภัทรกัปป์นี้
พระโพธิสัตว์ที่ได้รับพุทธพยากรณ์นี้ เรียกว่า นิยตโพธิสัตว์ คือเที่ยงแล้วที่จะเป็นพระพุทธเจ้าในกาลข้างหน้า
เรื่องราวของพระโพธิสัตว์ที่เราคุ้นเคยกันก็เช่น ทศชาติชาดก เป็นสิบชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะมาเป็นพระพุทธเจ้าสมณโคดม นับว่าเป็นช่วงสำคัญที่น่าสังเกต คือมีลักษณะของพระนิยตโพธิสัตว์ชัดเจนครับ คือจะเป็นชายเสมอ เกิดในภูมิที่เหมาะสมไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไป ไม่จำเป็นต้องเป็นมนุษย์นะครับ เช่นภูริทัตเป็นนาค นารถเป็นพรหม
แต่ก็จะอยู่ในฐานะที่เหมาะสมแก่การเป็นพระโพธิสัตว์ครับ คือมีฤทธิ์ได้ แต่ก็ต้องเผชิญกับวิบากของตนเองไปด้วยเพื่อชำระอกุศลวิบากที่จะเป็นอุปสรรคต่อโพธิญาณในภายภาคหน้า มีอายุขัยตามปกติของภูมินั้นๆเพราะสะสางกรรมหนักถึงขั้นฆ่าฟันกันหมดไปแล้วจึงไม่มีใครทำลายได้ มีลักษณะของบารมีหนึ่งในสิบอย่างชัดเจน อย่างเช่นมโหสถ แม้จะไม่ได้เกิดในวรรณะสูง แต่ก็อยู่ในตระกูลคหบดี มีปัญญามากและต่อมาก็ได้มีบทบาททางการเมืองในสังคม
ตรงจุดนี้จะได้ใช้เป็นข้อสังเกตสำหรับตอนสุดท้ายครับ
พระศรีอริยเมตไตรย
พระพุทธเจ้าอันดับถัดไปจากพระสมณโคดม ตามคติเถรวาทพบหลักฐานของพระสมณโคดมในชั้นพระไตรปิฎกเพียงสั้นๆครับ ในพระสุตันตปิฎก (พระสูตร) ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค จักกวัตติสูตร ความว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในเมื่อมนุษย์มีอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี พระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่าเมตไตรย์ จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์เป็นอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม เหมือนตถาคตอุบัติขึ้นแล้วในโลกในบัดนี้เป็นอรหันต์ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเมตไตรย์พระองค์นั้น จักทรงทำโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ให้แจ้งชัดด้วยพระปัญญาอันยิ่งด้วยพระองค์เองแล้ว ทรงสอนหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม เหมือนตถาคตในบัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเมตไตรย์พระองค์นั้นจักทรงแสดงธรรม งามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงเหมือนตถาคตในบัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเมตไตรย์พระองค์นั้น จักทรงบริหารภิกษุสงฆ์หลายพัน เหมือนตถาคตบริหารภิกษุสงฆ์หลายร้อย ในบัดนี้ฉะนั้น ฯ
คือบอกเพียงว่าจะมีพระพุทธเจ้านามว่าเมตไตรย มาตรัสในกาลถัดมาเท่านั้น นอกนั้นก็จะเป็นคุณสมบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์
ส่วนเรื่องราวโดยวิจิตรพิศดารของพระศรีอาริย์นั้นจะเป็นใจความในพระคัมภีร์ในชั้นหลัง ไปจนถึงพระคัมภีร์ของฝ่ายมหายาน หรือกระทั่งเรื่องราวเล่าขานกันเองในหมู่มนุษย์ในเวลาต่อมาครับ
สมัยของพระศรีอาริย์นั้น จะต้องรอจนล่วงพุทธกาล 5,000 ปีนี้ไปก่อน ต่อด้วยพุทธันดรซึ่งเป็นช่วงที่ว่างเว้นจากพระพุทธศาสนาไปอีก
อีกนานครับ
ตอนต่อไปจะเป็นตอนสุดท้าย เข้าเรื่องของเด็กชายปลาบู่ และคำทำนาย

